แจ้งเหตุร้องเรียน
ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจฯชงนายกฯปลด รมว.พาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายในเซ่นล้มเหลวการกระจายหน้ากากอนามัย
ศรีสุวรรณร้องผู้ตรวจฯชงนายกฯปลด รมว.พาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายในเซ่นล้มเหลวการกระจายหน้ากากอนามัย

เวลา 10.00 น.วันที่ 9 มี.ค. ที่ สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ห้อง 903 ศูนย์ราชการฯ อาคาร B  นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย ร้องผู้ตรวจการแผ่นดินให้เสนอนายกฯปลด รมว.พาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายในเซ่นล้มเหลวการกระจายหน้ากาก โดยมีนายปิยะ ลือเดชกุล ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบเรื่องร้องเรียน ผู้ตรวจการแผ่นดินเป็นผู้รับเรื่องแทน

 

 

นายศรีสุวรรณ เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นการทั่วไปว่า ขณะนี้ประชาชนทั่วไปและบุคลากรทางการแพทย์ โรงพยาบาล สถานพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชน ร้านสะดวกซื้อ ร้านขายของชำ ร้านขายยาทั่วประเทศ กำลังประสบปัญหาการขาดแคลนอย่างหนักของการจัดซื้อจัดหาหน้ากากอนามัย เพื่อนำมาใช้ในการป้องกันและแพร่ระบาดและการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 ซึ่งกำลังกลายเป็นปัญหาการแพร่ระบาดไปทั่วโลกอยู่ในขณะนี้นั้น

 

 กรณีดังกล่าวเป็นบทบาทหน้าที่ของกรมการค้าภายใน และกระทรวงพาณิชย์ ที่จะต้องบริหารจัดการหน้ากากอนามัยภายในประเทศ ที่มีโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยอยู่ในเมืองไทยขณะนี้จำนวน 11 โรงงาน ซึ่งมีกำลังการผลิตรวมประมาณ 1.35 ล้านชิ้น / วัน ให้ตอบสนองต่อปริมาณการใช้หน้ากากทั้งประเทศอยู่ที่ 40-50 ล้านชิ้น/เดือน หรือประมาณ 1.33-1.6 ล้านชิ้น / วันให้จงได้ แต่ทว่ากรมการค้าภายใน และกระทรวงพาณิชย์กลับออกมาให้ข่าวและสร้างภาพในทำนองว่าสามารถบริหารจัดการหน้ากากอนามัยให้สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้แล้ว โดยมีจำหน่ายในร้านสะดวกซื้อ ร้านขายยา และสถานพยาบาลต่าง ๆ ทั่วประเทศแล้วตั้งแต่วันที่ 6 มี.ค.63 ที่ผ่านมา

 

 แต่ข้อเท็จจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ รูปธรรมที่เกิดขึ้นจริงในขณะนี้ปรากฏโดยชัดแจ้งว่า ประชาชนทั่วไปไม่สามารถหาซื้อหน้ากากอนามัยได้ในร้านค้า ร้านสะดวกซื้อ หรือร้านขายยาได้ตามปกติ คงมีจำหน่ายแต่ในร้านค้าขนาดใหญ่หรือคอนวีเนียนสโตร์เท่านั้น ซึ่งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลจากร้านค้าขนาดใหญ่ดังกล่าวไม่สามารถจัดซื้อจัดหาได้อย่างสะดวก หากแต่ในทางกลับกันหน้ากากอนามัยกลับมีจำหน่ายในโซเชียลมีเดียอย่างมากมายเป็นการทั่วไป และมีราคาสูงกว่าปกติ

 

 ล่าสุดเมื่อวันที่ 8 มี.ค.63 ที่ผ่านมาสมาคมร้านขายยาได้ออกแถลงการณ์ผ่านสื่อสารมวลชนว่าไม่เคยได้รับหน้ากากอนามัยจากกรมการค้าภายใน ตามที่กล่าวอ้างว่าจะจัดให้วันละ 2.5 หมื่นชิ้นแต่อย่างใด ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความล้มเหลวของกรมการค้าภายใน และกระทรวงพาณิชย์ โดยชัดแจ้ง แม้อธิบดีจะออกแถลงการณ์มาชี้แจงแก้เกี้ยวว่าส่งให้ร้านขายยาโดยตรงไปแล้ว แต่ทว่าเมื่อไปหาซื้อจากร้านขายยาในขณะนี้ก็ยังหาซื้อไม่ได้ เป็นการโกหกคำโตของกรมฯโดยชัดแจ้ง

 

 

ด้วยเหตุดังกล่าว สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย จึงจำต้องเดินทางไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ใช้อำนาจรัฐธรรมนูญ 2560 ม.231 เพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและเสนอแนะต่อนายกรัฐมนตรีให้พิจารณาปลดอธิบดีกรมการค้าภายใน และรมว.กระทรวงพาณิชย์ ฐานไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการหน้ากากอนามัยเสียโดยเร็ว เพื่อนำไปสู่การจัดการและแก้ไขปัญหาการกระจายหน้ากากอนามัยเพื่อการป้องกันการแพร่ระบาดและการติดเชื้อของไวรัสโควิด-19 ได้อย่างมีประสิทธิภาพจากบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถคนใหม่ต่อไป