แจ้งเหตุร้องเรียน
รมว.ดีอีเอส สั่งการ ศปอส.ไล่จับ “แม่ค้าออนไลน์” ขายหน้ากากอนามัยแพง
รมว.ดีอีเอส สั่งการ ศปอส.ไล่จับ “แม่ค้าออนไลน์” ขายหน้ากากอนามัยแพง

วันที่ 6 มี.ค. นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ ศูนย์ปราบปรามอาชญกรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (ศปอส.ตร) โดยเจ้าหน้าที่ ศปอส.ตร ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุม กลุ่มผู้ค้าออนไลน์ที่ขายหน้ากากอนามัย ผ่านสื่อสังคมออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ บนอินเทอร์เน็ต

โดยวานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจพบว่ามีการจำหน่ายหน้ากากอนามัยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เฟสบุ๊ก ที่มีพฤติกรรมจำหน่ายหน้ากากอนามัยราคาสูงเกินที่กำหนด โดยใช้ชื่อเพจ “หน้ากากอนามัยราคาถูก” พบว่ามีผู้มาโพสต์ ซื้อ-ขายหน้ากากอนามัยจำนวนมาก และมีผู้เข้ามาโพสต์จำหน่ายหลายราย มีการเสนอขายในราคาที่สูงเกินราคาที่กำหนด

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แฝงตัวไปเป็นผู้ซื้อติดต่อกับผู้ใช้เฟสบุ๊กบัญชี “Prao Kanokwan” ที่มีการโฆษณาเสนอขายสินค้าหน้ากากอนามัยยี่ห้อ PHUONG NAM แจ้งสินค้าพร้อมส่ง 500,000 ชิ้น ได้ติดต่อทางช่องสนทนา  (Inbox) ของเฟสบุ๊กดังกล่าว ตกลงซื้อขายหน้ากากอนามัย จำนวน 10,000 ชิ้น หรือ 200 กล่อง ในราคา กล่องละ 650 บาท

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดหมายให้มาส่งมอบหน้ากากอนามัยในวันที่ 6 มี.ค.63 เวลา 09.00 น. โดยผู้ขายได้ให้หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อเบอร์ 0806010623 และเมื่อถึงเวลานัดหมายติดต่อไปยังหมายเลขโทร.ดังกล่าว ผู้รับสายแจ้งให้ไปรับสินค้า ที่บริเวณหน้าโกดัง B ตลาดโรงเกลือ  เมื่อไปถึงพบชายยืนอยู่(ทราบชื่อภายหลังนายซาเมต วอน สัญชาติกัมพูชา) พร้อมสินค้าหน้ากากหน้ากากอนามัย 200 กล่อง ต่อ 10,000 ชิ้น

โดนนายซาเมต รับว่า สินค้าดังกล่าว น.ส.พัฒษณียา เจริญพันธุจันทร์ ได้ให้นำมาส่งให้กับลูกค้า โดย นส.พัฒษณียา จะได้รับค่าตอบแทน 20-30 บาทต่อกล่อง

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "ร่วมกันจำหน่ายหน้ากากอนามัย ซึ่งเป็นสินค้าควบคุมในราคาสูงเกินสมควรหรือทำให้เกิดความปั่นป่วนซึ่งราคาของสินค้าอันเป็นความผิดตามมาตรา 29 และมีโทษตามมาตรา 41 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542   หากฝ่าฝืนจะมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ  ผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ   โดยทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามขั้นตอนกฎหมายอย่างจริงจังต่อไป

รมว.ดีอีเอส.ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า  ทางกระทรวงพยายามติดตามผู้ใช้ช่องทางออนไลน์ในการหาประโยชน์ หลอกลวงประชาชนในสถานการณ์ไวรัส COVID-19  เพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับผลกระทบและถูกเอาเปรียบ  โดยจะมีการตรวจสอบ จับกุม พร้อมดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดตามขั้นตอนกฎหมายอย่างจริงจัง