แจ้งเหตุร้องเรียน
ปอท. จับกุม "ผู้ต้องหาสร้างลิ้งค์หลอกลวงเอาข้อมูลไลน์ผู้เสียหาย"
ปอท. จับกุม "ผู้ต้องหาสร้างลิ้งค์หลอกลวงเอาข้อมูลไลน์ผู้เสียหาย"

วันนี้ (24 ม.ค.) เวลา 11.00 น. กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะโฆษก ปอท. พร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพันธ์ ศิริพากย์ ผกก.1 บก.ปอท. พ.ต.อ.พิเชษฐ์ คำภีรานนท์ ผกก.3 บก.ปอท. ร่วมแถลงผลจับกุม นายสมพร สิงห์ห่วง อายุ 26 ปื อาชีพค้าขาย พร้อมของกลาง คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 1 เครื่อง , โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง , เงินสด 8 แสนบาท , สมุดบัญชีธนาคารและอื่นๆ รวม 17 รายการ มูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท โดยติดตามจับกุมได้ที่ บ้านเลขที่ 973 หมู่ 2 ต.ห้วยไผ่ อ.แสวงหา จ.อ่างทอง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก บก.ปอท. ได้รับแจ้งความจากผู้เสียหายเป็นหญิงสาวรายหนึ่งว่ามีคนร้ายได้สร้างลิ้งค์โหลดสติ๊กเกอร์ปลอมขึ้นมาและส่งไปยังบุคคลอื่นๆ เมื่อมีผู้หลงเชื่อกดเข้าไปกรอกข้อมูลจะถูกแฮกไลน์และเฟซบุ๊ก กระทั่งมีคนรู้จักเป็นชื่อ หมอบุ้ง เจ้าของคลินิกศัลยกรรมเสริมความงามชื่อดัง (สิรอัยย์กรคลินิก) ซึ่งเป็นเพื่อนในแอพพลิเคชั่นไลน์ ได้กรอกรหัสผ่านและข้อมูลส่วนตัว ทำให้คนร้ายได้ใช้ไลน์ของเจ้าของคลินิกศัลยกรรมไปหลอกลวงผู้เสียหายโอนเงินให้กับคนร้าย โดยแกล้งมาวิดีโอคอลผ่านทางไลน์เพียง 2 วินาทีแล้วแกล้งทำสายหลุดอ้างว่าอยู่ต่างประเทศ จึงหลงเชื่อ โอนเงิน 108,000 บาท เจ้าหน้าที่ กก.1 บก.ปอท. จึงได้ทำการสืบสวนทางเทคนิคและรวบรวมพยานหลักฐาน กระทั่งวันที่ 22 ม.ค.63 สามารถจับกุมคนร้ายได้ที่ จ.อ่างทอง

พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ เผยอีกว่า ฝากถึงประชาชนทั่วไปที่ใช้งานแอพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าไลน์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ไม่ควรกดเข้าไปดูลิ้งค์ที่มีลักษณะผิดปกติ หรือมาจากแหล่งที่ไม่นำเชื่อถือ มิเช่นนั้นอาจตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพในการชโมยข้อมูลส่วนตัวของตน รวมทั้ง ไม่ควรให้รายละเอียดข้อมูลส่วนตัวที่สำคัญในลิ้งค์ที่มีลักษณะผิดปกติ หรือมาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ ไม่ว่าข้อมูลเกี่ยวบัญชีธนาคาร รหัสบัตรเอที่เอ็ม รหัสอีเมลแอดเดรส เพราะมิจฉาชีพอาจใช้ข้อมูลของท่านในการกระทำความผิด นอกจากนี้ ควรตั้งค่าความปลอดภัยการเข้ารหัส 2 ชั้นในแอพพลิเคชั่นสื่อสังคมออนไลน์ต่างๆ และไม่ควรโอนเงินให้บุคคลอื่น ไปยังบัญชีธนาคารที่ตนไม่รู้จัก หรือใช้ชื่อบัญชีธนาคารของคนอื่น

ด้าน พ.ต.อ.วัชรพันธ์ กล่าวว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่าทำอาชีพค้าขายในตลาด จบการศึกษา ป.6 โดยก่อเหตุมาตั้งแต่กลางปี 62 และใช้จ้างผู้อื่นเปิดบัญชีธนาคารเพื่อรับโอนเงิน ซึ่งจะนำเงินไปใช้จ่ายและเล่นการพนัน ทั้งนี้จากการสอบสวนพบว่ามีผู้ได้รับความเสียหายจำนวนมาก

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา "เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งระบบคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยฉพาะและมาตรการนั้น มิได้มีไว้สำหรับตน เข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันการเข้าถึงโดยเฉพาะและมาตรการนั้นมิได้มีไว้สำหรับตน , ทำให้เสียหาย ทำลาย แก้ไข เปลี่ยนแปลง หรือเพิ่มเติมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ของผู้อื่นโดยมิชอบ , ฉ้อโกโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น" ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายตอไป