แจ้งเหตุร้องเรียน
หนุ่มสู้ชีวิตชาวสุรินทร์ ขอปิดรับบริจาค หลังยอดทะลุ 3 ล้าน สัญญาจะใช้อย่างประหยัด

หลังจากชีวิตได้ถูกตีแผ่ผ่านสื่อ ศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจ-จังหวัดสุรินทร์ ล่าสุดมียอดบริจาคช่วยเหลือกว่า 3,060,501 บาท เจ้าตัวระบุ ขอปิดรับบริจาค เพราะเงินเพียงพอต่อการดำรงชีวิตและทุนการศึกษาของบุตรทั้ง 3 คนแล้ว ส่วนลูกสาวที่ไม่ได้เรียนต่อ ตอนนี้ก็ได้เข้าเรียนต่อ ม.1 ที่โรงเรียนประจำตำบลแล้ว พร้อมขอบคุณผู้ใจบุญที่ช่วยเหลือ

วันนี้ (21 ส.ค.62) หลังจากผู้สื่อข่าวได้นำเสนอเรื่องราวชีวิตความลำบากยากเข็ญ ของนายอนุชิต นิราชโศรก อายุ 36 ปี ป่วยธาลัสซีเมีย-โรคเมลิออยด์-ม้ามโต ซึ่งอดีตเคยอาสาช่วยเหลือน้ำท่วมจนตนเองเกิดเป็นแผลติดเชื้อต้องตัดขาทิ้ง อยู่ที่บ้านโคกสำโรง คุ้มโคกเจริญ สพฐ 208 หมู่ 9 ต.ราม อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจนไม่มีแม้ข้าวสารจะกรอกหม้อ อาศัยอยู่ 4 คนพ่อ-ลูก โดยหลายครั้งจะต้องทานข้าวคลุกซอสปรุงรส ลูกสาวคนโตวัย 14 ปี และลูกชายคนเล็กวัย 6 ขวบ ป่วยโรคธาลัสซีเมียเช่นกัน ซึ่งเป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากผู้เป็นพ่อ จะต้องเข้ารับเลือดที่โรงพยาบาลประจำจังหวัดทุกเดือน ซึ่งผู้สื่อข่าวได้นำ เรื่องราวชีวิตของนายอนุชิต  ออกเผยแพร่ผ่านทางเพจศูนย์ข่าว 123 คนดีมีน้ำใจจังหวัดสุรินทร์   ก็ได้มีผู้ติดตามสนใจเป็นจำนวนมาก

จนกระทั่งต่อมามีผู้ใจบุญได้ร่วมบริจาคสิ่งของและเงินช่วยเหลือมาเป็นจำนวนกว่า 3,060,501 บาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่มากพอสมควร ทำให้ครอบครัวนิราชโศรกมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และได้เดินทางไปติดต่อโรงเรียนประจำตำบลที่ลูกสาวคนโต เคยได้เรียน  ซึ่งทางโรงเรียนได้แจ้งว่าสามารถมาเข้าเรียนได้เลย โดยให้เข้าศึกษาในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 อีกครั้ง และต่อมานายอนุชิต นิราชโศรก พร้อมลูกทั้ง 3 คน ก็ได้เดินทางไปติดต่อขอเปิดบัญชีกับธนาคารที่ธนาคารออมสิน ณ ห้างสรรพสินค้าชื่อดังในอำเภอเมืองสุรินทร์ เพื่อเปิดบัญชีเงินฝากไว้เป็นทุนการศึกษาให้ลูก เมื่อเติบโตขึ้นในวันข้างหน้าจะได้มีทุนการศึกษาและทุนสำหรับอนาคต โดยได้เปิดบัญชีในชื่อเด็กหญิงกัลยา นิราชโศรก อายุ 14 ปี และเด็กชายพงศกร นิราชโศรก อายุ 9 ขวบ โดยฝากเงินไว้บัญชีละ 1 ล้านบาท รวม 2 บัญชีเป็นเงิน 2 ล้านบาท และได้แบ่งเก็บเป็นทุนเอาไว้สำหรับค่ารักษาพยาบาลหลังการผ่าตัดม้าม และหลังจากแพทย์ให้กลับมาอยู่บ้านก็จะเปิดร้านขายของชำ เพื่อเป็นอาชีพเลี้ยงครอบครัวต่อไป

โดยเด็กหญิงกัลยา นิราชโศรก อายุ 14 ปี ได้กล่าวว่า อยากขอขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่สานฝันให้ตนได้เรียนต่อ ซึ่งหลังจากที่ได้ไปติดต่อที่โรงเรียน ทางโรงเรียนแจ้งมาว่าให้เข้าเรียนได้  เลยโดยจะต้องเข้าเรียนชั้น ม.1 ใหม่ ซึ่งตนมีความฝันอยากจะเรียนทางด้านวิศวกร และจะส่งให้น้องเรียนสูงๆด้วย และอนาคตอยากจะเปิดร้านขายของชำ เพื่อจะได้อยู่บ้านและดูแลพ่อ ด้วย

 

ด้านนายอนุชิต นิราชโศรก อายุ 36 ปี ก็ได้กล่าวว่า ตนอยากจะขอขอบคุณผู้ใจบุญทุกท่านที่ได้บริจาคเงินช่วยเหลือตนกับลูกๆ ซึ่งในวันนี้ตนได้พาลูกๆมาเปิดบัญชีและได้เอาเงินเข้าบัญชีของ ลูกไว้เพื่อเป็นทุนการศึกษาในอนาคตแล้ว ซึ่งจากนี้ไปตนจึงอยากจะของดรับบริจาคไว้เพียงเท่านี้ เพื่อที่ผู้ใจบุญทั้งหลายจะได้นำไปช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป เพราะเงินที่ผู้ใจบุญช่วยเหลือมามีจำนวนมากมายเหลือเกิน ซึ่งพอที่จะเป็นค่าเล่าเรียน ค่ารักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายภายใน ครอบครัวแล้ว และตนรู้สึกปลื้มใจมากที่สุดที่คนไทยมี น้ำใจต่อครอบครัวตน และตนขอสัญญาว่า เงินที่ผู้ใจบุญทุกท่านร่วมบริจาคมา ตนจะใช้จ่ายอย่างประหยัดและตรงตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคทุกประการ.

 

//////

ภาพ/ข่าว สุทธิศักดิ์ สอนกล้า ผู้สื่อข่าวภูมิภาค คมชัดลึก จ.สุรินทร์