แจ้งเหตุร้องเรียน
บูรณาการกำลังจับกุมขบวนการรับจ้างเปิดบัญชี
บูรณาการกำลังจับกุมขบวนการรับจ้างเปิดบัญชี

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่อง การควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติ ที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย โดย พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมายก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ  หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุ กับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ปิยะ  อุทาโย ผช.ผบตร./ผอ.ศปอส.ตร. , พล.ต.ท.สมพงษ์  ชิงดวง ผบช.สตม. , พล.ต.ท.รณศิลป์  ภู่สาระ ผบช.ภ.9 และ พล.ต.ท.ธีรพล คุปตานนท์ ผบช.ทท. สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองบูรณาการกำลังกับศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 และกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เมื่อวันที่ 10 ส.ค. 2562 นำหมายค้นศาลจังหวัดนาทวีเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งใน ต.สำนักขาม   อ.สะเดา จว.สงขลา หลังจาก พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม. รับข้อมูลจากผู้เสียหายถูกแฮ็กไลน์หลอกลวงขอยืมเงิน ซึ่งเกรงว่าจะเกิดความเสียหายกับประชาชนทั่วไป จึงได้สั่งการชุดปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สืบสวนทราบว่ามีจุดถอนเงินและเปิดบัญชีอยู่ในพื้นที่ อ.สะเดา จ.สงขลา และใกล้เคียง จากการสืบสวนทราบว่ามีหัวหน้าขบวนการหาคนไทยรับจ้างเปิดบัญชีธนาคารเพื่อส่งไปยังบริษัทจัดให้มีการเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ที่ต่างประเทศแต่เปิดสำหรับลูกค้าชาวไทย ยังพบอีกว่ากลุ่มลูกค้าการพนันของบริษัทแห่งนี้ส่วนใหญ่จะเป็นแกงค์มิจฉาชีพต่างๆ เช่น ปลอมไลน์ ปลอมเฟสบุ๊คหลอกสนทนากับเพื่อนเพื่อขอยืมเงิน , หลอกขายบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์ , หลอกขายสินค้าออนไลน์ เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อก็จะโอนเงินเข้าบัญชีที่ได้มาจากการรับจ้างเปิดข้างต้นซึ่งเป็นบัญชีของบริษัทการพนันออนไลน์ หลังจากนั้นเงินก็จะถูกโอนมายัง Username ที่มิจฉาชีพสมัครไว้สำหรับเล่นการพนัน เมื่อผู้เสียหายมาทราบว่าถูกหลอกลวงมาแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำให้ยากแก่การหาผู้กระทำความผิดที่แท้จริง

เมื่อเจ้าหน้าที่แสดงหมายค้นให้แก่นายเย (MR.YEOH) หรือเดวิด อายุ 42 ปี สัญชาติมาเลเซีย เป็น  เจ้าบ้านนำตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางบัตรเอ ที เอ็ม ของผู้อื่น รวม 87 ใบ, เครื่องคอมพิวเตอร์และโน้ตบุ๊คจำนวน  5  เครื่อง โทรศัพท์มือถือจำนวน  2  เครื่อง ซิมการ์ดสำหรับบัญชีจำนวน 13 ชิ้น เอกสารเกี่ยวกับคดีความที่ผู้รับจ้างเปิดบัญชีส่งมาให้นายเดวิด และของกลางอื่นๆรวมของกลางทั้งหมด  119 รายการ จากการสอบถามนายเดวิด ให้การรับสารภาพว่า ได้รับการชักชวนจากเจ้าของบริษัทการพนันออนไลน์แห่งหนึ่ง มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้าน ให้ทำหน้าที่หาคนรับจ้างเปิดบัญชีได้รับเงินเดือนเดือนละ 150,000 บาท โดยนายเดวิดจะว่าจ้างคนไทยให้เงินเดือนเดือนละ 15,000 บาท ทำหน้าที่ช่วยหาคนรับจ้างเปิดบัญชี ส่วนผู้รับจ้างเปิดบัญชีจะได้ค่าตอบแทน 3,000 บาท/เล่ม ต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเอกสารที่เกี่ยวข้องกับคดีเช่น คำสั่งอายัดทรัพย์สินของ ปปง.ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.การพนันทางเวปไซด์แห่งหนึ่ง แจ้งอายัดทรัพย์สินเงินในบัญชี 7 ล้านบาท หมายเรียกคดีฉ้อโกงหลอกขายบัตรคอนเสิร์ต LAUV มูลค่าความเสียหาย 4,600 บาท ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองเพชรบุรี เมื่อเดือนมีนาคม 2562 , หมายเรียกคดีฉ้อโกงประชาชนโดยปลอมเฟสบุ๊คผู้เสียหายหลอกผู้อื่นเพื่อขอยืมเงินมูลค่าความเสียหาย 5,000 บาท ผู้เสียหายแจ้งความไว้ที่ สภ.เมืองสุราษฎร์ธานี เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2561 เป็นต้น ความเสียหายเบื้องต้น 8,539,459 บาท ซึ่งนายเดวิดชี้แจงว่าเป็นเอกสารที่เจ้าหน้าที่รัฐส่งมาให้ผู้รับจ้างเปิดบัญชีและส่งต่อมาให้นายเดวิด เนื่องจากมีลูกค้าบางกลุ่มเป็นมิจฉาชีพฉ้อโกงประชาชนโดยรูปแบบต่างๆแล้วหลอกให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้าบัญชีของบริษัทเพื่อตัดวงจรก่อนจะนำเงินดังกล่าวเข้ามาใน Username ที่ตนเองสมัครไว้สำหรับเล่นการพนัน โดยนายเดวิดจะต้องรวบรวมและส่งเอกสารเหล่านี้ให้สำนักงานใหญ่เพื่อดูแลเยียวยาจัดหาคนให้คำปรึกษาด้านกฎหมาย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาข้อหา ร่วมกันมีไว้เพื่อนำออกใช้ซึ่งบัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และเป็นคนต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ควบคุมตัวพร้อมของกลางส่ง พงส.สภ.สะเดา เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย และอยู่ระหว่างสืบสวนสอบสวนติดตามผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ เพื่อดำเนินคดีกับนายเดวิดกับพวก ต่อไป

 สตม. ขอเรียนให้ทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทย และสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และมีการเดินทางเข้า-ออก ประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เลขที่ 507 ซ.สวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร 10120 หรือที่หมายเลขโทรศัพท์ 1178 หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง

สื่อมวลชน สตม.