แจ้งเหตุร้องเรียน
ปอท.แจ้งข้อหาสาวโพสต์"นวย เก็บเป๋า"ผิดพรบ.คอมพ์ฯ เจ้าตัวยันเรื่องจริงไม่จกตา
ปอท.แจ้งข้อหาสาวโพสต์"นวย เก็บเป๋า"ผิดพรบ.คอมพ์ฯ เจ้าตัวยันเรื่องจริงไม่จกตา

มีรายงานว่า  เมื่อวานนี้ (8 ก.ค.) เวลาประมาณ 15.00 น. หญิงสาวเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กผู้โพสต์ "นวย เก็บกระเป๋า" พร้อมทีมทนายความ  เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.ปิยวัฒน์ ปริญญา รอง สว.(สอบสวน)กก.3 บก.ปอท.เพื่อรับทราบข้อกล่าวหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) โดยผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ และยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นความจริง ขอใช้สิทธิต่อสู้คดีในชั้นศาล


สำหรับคดีนี้สืบเนื่องจากกรณีที่เจ้าของบัญชีเฟซบุ๊ก  เป็นผู้หญิงมีอาชีพแม่ค้าออนไลน์คนหนึ่งโพสต์ข้อมูลอ้างว่าทำกระเป๋าหรูหาย...แล้ว"นวย” ซึ่งเป็นกรรมกรก่อสร้าง เก็บกระเป๋าที่หายได้และส่งคืนให้เธอ โดยโพสต์เฟซบุ๊กบอกเล่าเรื่องราว หลังจากที่เธอทำกระเป๋าแบรนด์หรูหล่นหาย ปรากฏว่ามีคนเก็บไว้ได้แล้วส่งคืนทางไปรษณีย์ โดยของข้างในกระเป๋าอยู่ครบ ขาดแค่เงินเพียง 200 บาท เท่านั้น ที่หายไป

 

โดยผู้ที่เก็บกระเป๋าไว้ได้แล้วส่งคืน ใช้ชื่อว่า "นวย" เขียนข้อความในกระดาษ ระบุว่า "ผมเจอตกที่กำแพง ผมเป็นคนดี แต่ผมจน ผมขอค่าเหล้า 1 ขวด ค่าไปรษณีย์ ค่าเสียเวลา 200 ไม่รู้ว่าใครคือผม ผมสบาย ปิดทองหลังพระ นวย" ต่อมาหญิงสาวดังกล่าวยังได้โพสต์ยืนยันอีกว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องจริง โดยอ้างว่าสามารถติดต่อ "นวย" ทางโทรศัพท์ได้ โดยโพสต์เพิ่มเติมว่า
" นวย รับสายครั้งแรก บอกว่า ยุ่งอยู่ งานยุ่ง เทปูนก่อนนะ นวยรับสายครั้งล่าสุดบอกว่า ไม่ต้องการเงิน ไม่มีเลขบัญชี ไม่รู้ที่อยู่ เพราะอยู่แคมป์คนงานก่อสร้าง ถ้าอยากตอบแทน #ผมขอเหล้าขาวสองขวดพอคับ ปล.ผมตรวจหวยให้แล้ว มันบ่ถูกเด้อคับ #รักนวยไปอี้กกกกก #ให้เหล้าเท่ากับแช่ง แต่ถ้านวยต้องการ #นวยจะได้เหล้าค่ะ #นวยแน่มาก!!

 

 

จนมีเสียงเรียกร้องจากชาวเน็ตให้พา "นวย" มาปรากฏตัวต่อสาธารณชน เพื่อคลายข้อสงสัยว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ เนื่องจากหญิงสาวเจ้าของโพสต์เป็นแม่ค้าออนไลน์ อาจมีเจตนาอย่างอื่นแอบแฝง

จากนั้น ชาวเน็ตได้มีการแชร์เรื่องราวมากมาย จนเกิดเป็นกระแสดรามา จนโลกโซเชียลสงสัยตั้งข้อสังเกตวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ นานา ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่น่าจะเป็นเรื่องจริง ล่าสุดบัญชีเฟซบุ๊ก ดังกล่าวได้ปิดไปแล้ว

ซึ่งในเรื่องดังกล่าว เนื่องจากเป็นที่สนใจของประชาชน และอาจเกิดพฤติกรรมเลียนแบบ สร้างความสับสนในสังคม พล.ต.ต.ไพบูลย์ น้อยหุ่น ผบก.ปอท. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.ขวัญชัย พัฒรักษ์ ผกก.3 บก.ปอท. สืบสวนสอบสวน มีการส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจลงพื้นที่ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีดังกล่าว จนเชื่อว่าเรื่องราวดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้นจริง จึงมอบหมายให้ พนักงานสอบสวน กก.3 บก.ปอท.ออกหมายเรียกหญิงสาวเจ้าของโพสต์กระเป๋าหาย ให้มาพบพนักงานสอบสวน วันที่ 29 มิ.ย.ก่อนจะขอเลื่อนอ้างเหตุผลว่าป่วยไม่สบายไม่สามารถมาพบพนักงานสิบสวนได้ ก่อนจะเลื่อนมาพบในวันนี้ เพื่อให้มาชี้แจงข้อเท็จจริง ซึ่งการกระทำดังกล่าว เข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1)โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา
 

สำหรับคดีนี้ พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ฐานะโฆษก บก.ปอท. กล่าวว่าผู้ต้องหาได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเมื่อวานนี้รับทราบข้อหากระทำความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 มาตรา 14 (1) ผู้ใดกระทำความผิดที่ระบุไว้ดังต่อไปนี้ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปีหรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ (1)โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน อันมิใช่การกระทำความผิดฐานหมิ่นประมาทตามประมวลกฎหมายอาญา

 

 

สำหรับการให้การปฏิเสธนั้น เป็นสิทธิของผู้ถูกกล่าวหา เป็นเรื่องในคดีที่ต้องมีการต่อสู้พิสูจน์ความจริงตามพยานหลักฐานในชั้นศาลต่อไปตนอยากจะฝากเตือนประชาชนให้ระมัดระวังใช้สื่อโซเชียล โดยเฉพาะการโพสต์หรือส่งต่อข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ต้องคิดและตรวจสอบข้อมูลก่อนโพสต์ ควรโพสต์สิ่งที่เป็นความจริง ไม่สร้างความสับสนให้กับสังคม เพราะหากที่นำข้อมูลที่เป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ โดยมีเจตนาทุจริต และอาจเกิดความเสียหายกับประชาชน อาจเข้าข่ายความผิดที่จะถูกดำเนินคดีตามฐานความผิดดังกล่าวได้ จะมาอ้างที่หลังว่าไม่รู้กฎหมาย หรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์คงไม่ได้ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้อย่างชัดเจน