แจ้งเหตุร้องเรียน
"หนุ่มสุราษฎร์" ขี่จักรยานยนต์พ่วง ไป-กลับ กรุงเทพฯ กว่า 1,200 กิโล ช่วยงานโรงครัวพระราชทาน ผู้ว่าฯไปต้อนรับกลับถึงบ้าน
"หนุ่มสุราษฎร์" ขี่จักรยานยนต์พ่วง ไป-กลับ กรุงเทพฯ กว่า 1,200 กิโล ช่วยงานโรงครัวพระราชทาน ผู้ว่าฯไปต้อนรับกลับถึงบ้าน

ตามที่มีนายพงษ์ศักดิ์ จันทร์พฤกษ์ อายุ 47 ปี ชาวบ้านโมถ่าย อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เดินเท้าระยะทาง 630 กิโลเมตรเป็นเวลา 11 วันไปร่วมเฝ้ารับเสด็จฯ เนื่องในพิธีพระบรมราชภิเษกที่ท้องสนามหลวง กรุงเทพฯและได้เดินทางกลับโดยรถไฟ เมื่อกลางดึกวันที่ 6 พ.ค.ที่ผ่านมานั้น

 

ล่าสุดได้พบมีประชาชนชาวสุราษฎร์ธานีอีก 1 คนที่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างลำพังเพียงคนเดียวไปกรุงเทพฯ ช่วยงานโรงครัวพระราชทานและขับรถดังกล่าวกลับบ้าน

 


เมื่อเย็นวันที่ 7 พฤษภาคม ที่ผ่านมา นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เดินทางไปต้อนรับนายเศกสัตน์ ศรีธรรม อายุ 57 ปี ที่บ้าน เลขที่ 112/182 หมู่ที่ 1 ถนนศรีเกษม ต.มะขามเตี้ย เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี ที่ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไป-กลับจากช่วยงานโรงครัวพระราชทาน เนื่องในพิธีพระบรมราชภิเษกที่กรุงเทพฯ กลับถึงบ้านพักพอดี รวมระยะทางไป-กลับ 1,260 กิโลเมตร โดยได้มอบกระเช้าและเหรียญหลักเมืองสุราษฎร์ธานีเป็นที่ระลึก ซึ่งมีมารดาและญาติพี่น้องรอรับด้วย

 

 

นายเศกสันต์ กล่าวว่า ได้ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างคนเดียว ติดตั้งพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯขนาดใหญ่บนรถพ่วงข้างขับออกเดินทางจากบ้านเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2562 โดยได้ไปเข้าช่วยงานในโรงครัวพระราชทานตลอดตั้งแต่วันที่ 4 ถึงกลางวันวันที่ 6 พฤษภาคมที่ผ่านมา และหลังจากเสร็จพิธีจึงได้ขับรถเดินทางกลับบ้าน ออกจากกรุงเทพฯเมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 6 พฤษภาคม โดยไม่หยุดพักใช้เวลา 25 ชั่วโมงนอกจากเข้าปั้มเติมน้ำมัน 5 ครั้งตามเส้นทางมาถึงบ้านเวลา 16.00 น.โดยในรถมีเพียงลังโฟมกับกล่องพลาสติกใส่เสื้อผ้าและขวดน้ำดื่มติดรถไป และที่สำคัญได้ติดพระบรมฉายาลักษณ์พระองค์ท่านไปด้วยตลอดเส้นทางไปและกลับ 

 

 

“ ปกติตนมีอาชีพรับจ้างทั่วไป การขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปกรุงเทพฯนี้เป็นครั้งที่ 3 แล้วโดยครั้งแรกปี 2560 เดินเท้าไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 เสด็จสวรรค์คต ต่อมาครั้งที่ 2 ปี 2561 ขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างไปในงานพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ และครั้งที่ 3 มีความตั้งใจมากที่จะขับรถคันเดิมไปร่วมพิธีบรมราชาพิเศษให้ได้แม้เป็นงานโรงครัวช่วยยกสิ่งของใครใช้อะไรก็ทำทุกอย่างได้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เพราะถ้าครั้งนี้ไม่ได้ไปร่วมถือว่าจะไม่มีโอกาสแบบนี้อีกแล้ว ซึ่งตนถือว่าประเทศชาติอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุขได้ทุกวันนี้ เป็นเพราะบารมีของสถาบันพระมหากษัตริย์ ” นายเศกสันต์ กล่าว

 

 

 

ด้านนายวิชวุทย์ กล่าวว่า ตนเพิ่งทราบข่าวนายเศกสันต์ กำลังขับรถจักรยานยนต์พ่วงข้างกลับจากกรุงเทพฯมาบ้าน จึงรีบมาต้อนรับและขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนชาวสุราษฎร์ธานี ในความมุ่งมั่นตั้งใจกระทำความดีที่ไปช่วยงานถึงกรุงเทพฯ และขอให้กำลังใจทำดีต่อไป